วายุฟิล์ม 2549
วันนี้นับว่าเป็นวันดีที่ทีมวายุฟิล์มได้เปิดไดอารี่ประจำทีมอย่างเป็นทางการ การเปิดไดอารี่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนทั่วไปได้สัมผัสตัวตนเบื้องหลังของวายุฟิล์มที่นอกเหนือจากเบื้องหน้าที่คุณเห็นตามสื่อต่าง ๆ และเพื่อเป็นช่องทางให้ทุกคนได้ทำความรู้จักพูดคุยกับพวกเราได้ง่ายขึ้นและได้รับทราบข่าวสารใหม่ ๆ ว่าตอนนี้พวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่ ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เราจะอัพเดทให้บ่อยที่สุดหากไม่ติดงานครับ และผู้อัพเดทก็คือผมเอง นายณิชชี่ หัวหน้าทีมวายุฟิล์มฮะ
------------------------------------------------------------------------------------
อีกไม่นานก็จะสิ้นปี พ.ศ. 2549 แล้ว และปีหน้าก็จะเป็นปีที่วายุฟิล์มก้าวเข้าสู่การทำงานในปีที่ 2 เพื่อรำลึกความหลังอย่างที่ใคร ๆ เขาทำกัน เพราะฉะนั้นตอนนี้เรามาดูกันว่าตลอดปี 2549 นี้ พวกเราสร้างสรรค์อะไรมาแล้วบ้าง แต่อย่าหวังว่าจะได้ดูภาพเบื้องหน้านะครับ เบื้องหน้ามันก็แค่มายา แต่เบื้องหลังม่านบังตาสิของจริง !

ยังจำได้ไหม เมื่อต้นปี 2549 กับหนังสั้นรับน้องแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ "เฟรชเฉิ่ม"

และปลายปี 2549 กับหนังสั้นวัยรุ่นแนวทริลเลอร์ "อโคจร"
ภาพแรกที่คุณเห็นคือตอนที่ กระผม (เสื้อดำ) + ผู้ช่วยผู้กำกับและนักแสดง พักกินข้าวเที่ยงก่อนที่จะถ่ายทำฉากที่ "เฉิ่ม" วิ่งรอบมหาวิทยาลัย
ส่วนภาพที่สองคือบรรยากาศวันเลี้ยงปิดกล้องอโคจรครับ ก็สนุกสนานเฮฮาตามสไตล์ชาวอโคจร
มาถึงตอนนี้คุณคงพอจะรู้แล้ว ว่าพวกผมรักการสังสรรค์มากขนาดไหน ถึงจะดื่มบ่อยแต่ก็ไม่เสียการงานนะฮะ เพราะเราดื่กการทำงาน อย่างเช่นรูปนี้ที่กระผมดื่มกับไอ้โย ที่ถนนคนเดินวัวลายเมื่อ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากที่ถ่ายทำสารคดีชิ้นหนึ่งเสร็จไป 1 คิว

คืนนี้ก็ฮาดีครับ แต่รู้สึกว่าตัวเองจะกรึ่มง่ายไปหน่อย คงเป็นเพราะวันนั้นถ่ายทำสารคดีมาเหนื่อย ๆ ด้วยมั้งครับ งานนี้เป็นงานสำคัญ เป็นโปรเจคต์ยักษ์สำหรับผมเลย ก็ต้องเหนื่อยกับการใช้ความคิดมากในการทำงาน แล้วพอทำงานเสร็จก็ผ่อนคลายตามฟอร์มวายุฟิล์ม *0*
แต่น แตน แต๊น .... ใช่แล้วครับ งานโปรเจคต์สำคัญดังกล่าวคืองานโปรเจคต์สุดท้ายที่ผมจะทำในปีนี้ครับ เป็นงานที่ทำร่วมกับพี่แต้ ผู้กำกับเรื่อง เสือร้องไห้ ในชื่อเรื่องว่า "ตัวกู-ของกู" เป็นสารคดีที่ว่าด้วยการติดตามชีวิตของศิลปินในแขนงต่าง ๆ เช่นการสัมภาษณ์พี่ต้อม (คุณ เป็นเอก รัตนเรือง) ในสาขาภาพยนตร์ และพี่มอ (คุณ ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์) ในสาขาศิลปะ

หลังจากที่พี่แต้โทรมาหาผมบอกว่าจะให้ผมช่วยถ่ายสารคดีตัวนี้ให้ ประกอบกับที่ชื่นชอบผลงานของพี่เค้าเป็นทุนเดิม ผมจึงตกลงรับถ่ายให้ในทันทีทันใด ผมจึงได้ทำในส่วนของคุณไทวิจิตด้วยประการฉะนี้ครับ และก็เอาภาพฟุตเตจมาให้ดูกันก่อนใครเพราะว่าหนังจะฉายที่เฮาส์รามา กลางปี 2550 ครับ
สำหรับสถานที่ถ่ายทำนั้นก็ที่เชียงใหม่นี้เองครับ เป็นโชว์รูมแกลลอรี่ของพี่มอล้วนๆ เป็นตึกสีเหลืองตั้งอยู่ตรงข้ามวัดอุปคุต ท่านใดที่รักงานศิลป์ก็ไปชมกันได้ จะเปิดให้ชมวันที่ 26 มกรา 2550 ครับ

งานนี้ก็ได้ไอ้อั๋น (รุ่นน้องมงฟอร์ต) มาช่วยถ่ายภาพนิ่งเบื้นให้ครับ
แล้วพบกันในการอัพเดทไดอารี่ครั้งหน้าครับ ตอนนี้กระผมขอตัวไปหลับก่อน เพราะเมื่อคืนมีงานถ่ายวีดีโองานแต่งงานของบ่าวสาวคู่หนึ่งแล้วเผอิญดื่มหนักไปหน่อย ตอนนี้สภาพเลยไม่ค่อยจะไหว
... เศร้า คนอื่นเค้ามีความรักแต่งงานสุขสม แต่เราสิ เมื่อไหร่จะมีรักจริงซักทีหนอ ... คงได้แต่รอ แล้วนั่งดื่มเบียร์กับหนังของตัวเองต่อไปจนแก่จนเฒ่าละมั้ง ...
ขอให้วายุฟิล์มในปี 2550 จงรุ่งโรจน์ในเรื่องความรักด้วยเถอะ สาธุ !


------------------------------------------------------------------------------------
อีกไม่นานก็จะสิ้นปี พ.ศ. 2549 แล้ว และปีหน้าก็จะเป็นปีที่วายุฟิล์มก้าวเข้าสู่การทำงานในปีที่ 2 เพื่อรำลึกความหลังอย่างที่ใคร ๆ เขาทำกัน เพราะฉะนั้นตอนนี้เรามาดูกันว่าตลอดปี 2549 นี้ พวกเราสร้างสรรค์อะไรมาแล้วบ้าง แต่อย่าหวังว่าจะได้ดูภาพเบื้องหน้านะครับ เบื้องหน้ามันก็แค่มายา แต่เบื้องหลังม่านบังตาสิของจริง !

ยังจำได้ไหม เมื่อต้นปี 2549 กับหนังสั้นรับน้องแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ "เฟรชเฉิ่ม"

และปลายปี 2549 กับหนังสั้นวัยรุ่นแนวทริลเลอร์ "อโคจร"
ภาพแรกที่คุณเห็นคือตอนที่ กระผม (เสื้อดำ) + ผู้ช่วยผู้กำกับและนักแสดง พักกินข้าวเที่ยงก่อนที่จะถ่ายทำฉากที่ "เฉิ่ม" วิ่งรอบมหาวิทยาลัย
ส่วนภาพที่สองคือบรรยากาศวันเลี้ยงปิดกล้องอโคจรครับ ก็สนุกสนานเฮฮาตามสไตล์ชาวอโคจร
มาถึงตอนนี้คุณคงพอจะรู้แล้ว ว่าพวกผมรักการสังสรรค์มากขนาดไหน ถึงจะดื่มบ่อยแต่ก็ไม่เสียการงานนะฮะ เพราะเราดื่กการทำงาน อย่างเช่นรูปนี้ที่กระผมดื่มกับไอ้โย ที่ถนนคนเดินวัวลายเมื่อ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาหลังจากที่ถ่ายทำสารคดีชิ้นหนึ่งเสร็จไป 1 คิว

คืนนี้ก็ฮาดีครับ แต่รู้สึกว่าตัวเองจะกรึ่มง่ายไปหน่อย คงเป็นเพราะวันนั้นถ่ายทำสารคดีมาเหนื่อย ๆ ด้วยมั้งครับ งานนี้เป็นงานสำคัญ เป็นโปรเจคต์ยักษ์สำหรับผมเลย ก็ต้องเหนื่อยกับการใช้ความคิดมากในการทำงาน แล้วพอทำงานเสร็จก็ผ่อนคลายตามฟอร์มวายุฟิล์ม *0*
แต่น แตน แต๊น .... ใช่แล้วครับ งานโปรเจคต์สำคัญดังกล่าวคืองานโปรเจคต์สุดท้ายที่ผมจะทำในปีนี้ครับ เป็นงานที่ทำร่วมกับพี่แต้ ผู้กำกับเรื่อง เสือร้องไห้ ในชื่อเรื่องว่า "ตัวกู-ของกู" เป็นสารคดีที่ว่าด้วยการติดตามชีวิตของศิลปินในแขนงต่าง ๆ เช่นการสัมภาษณ์พี่ต้อม (คุณ เป็นเอก รัตนเรือง) ในสาขาภาพยนตร์ และพี่มอ (คุณ ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์) ในสาขาศิลปะ

หลังจากที่พี่แต้โทรมาหาผมบอกว่าจะให้ผมช่วยถ่ายสารคดีตัวนี้ให้ ประกอบกับที่ชื่นชอบผลงานของพี่เค้าเป็นทุนเดิม ผมจึงตกลงรับถ่ายให้ในทันทีทันใด ผมจึงได้ทำในส่วนของคุณไทวิจิตด้วยประการฉะนี้ครับ และก็เอาภาพฟุตเตจมาให้ดูกันก่อนใครเพราะว่าหนังจะฉายที่เฮาส์รามา กลางปี 2550 ครับ
สำหรับสถานที่ถ่ายทำนั้นก็ที่เชียงใหม่นี้เองครับ เป็นโชว์รูมแกลลอรี่ของพี่มอล้วนๆ เป็นตึกสีเหลืองตั้งอยู่ตรงข้ามวัดอุปคุต ท่านใดที่รักงานศิลป์ก็ไปชมกันได้ จะเปิดให้ชมวันที่ 26 มกรา 2550 ครับ

งานนี้ก็ได้ไอ้อั๋น (รุ่นน้องมงฟอร์ต) มาช่วยถ่ายภาพนิ่งเบื้นให้ครับ
แล้วพบกันในการอัพเดทไดอารี่ครั้งหน้าครับ ตอนนี้กระผมขอตัวไปหลับก่อน เพราะเมื่อคืนมีงานถ่ายวีดีโองานแต่งงานของบ่าวสาวคู่หนึ่งแล้วเผอิญดื่มหนักไปหน่อย ตอนนี้สภาพเลยไม่ค่อยจะไหว
... เศร้า คนอื่นเค้ามีความรักแต่งงานสุขสม แต่เราสิ เมื่อไหร่จะมีรักจริงซักทีหนอ ... คงได้แต่รอ แล้วนั่งดื่มเบียร์กับหนังของตัวเองต่อไปจนแก่จนเฒ่าละมั้ง ...
ขอให้วายุฟิล์มในปี 2550 จงรุ่งโรจน์ในเรื่องความรักด้วยเถอะ สาธุ !




CMU
family