ปีใหม่...ที่เชียงใหม่
หลังจากไปอยู่ กทม. ได้ซักระยะหนึ่ง ผมก็หนีแสงสีและผู้คนที่นั่น กลับมาเที่ยวปีใหม่ที่บ้านเกิดของตัวเองแบบบ้าน ๆ กับเพื่อนและรุ่นน้องคนสนิทอย่างจริงใจ ... และที่ที่เราไปเที่ยวกันในวันแรกคือ งานโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ...
งานนี้จัดขึ้นอย่างอลังการแต่ผมสัมผัสได้ถึงความจริงใจ หลาย ๆ สิ่งที่อยู่ในโรงเรียนนี้ถูกหล่อหลอมมาอย่างง่าย ๆ แต่มีความหมาย และการดื่มเบียร์ในคืนนี้ก็ดื่มกันอย่างง่าย ๆ เช่นกัน ... เราดื่มเบียร์กันบนแสตนด์เชียร์อันผุพัง
เมื่อเบียร์ใกล้หมด พร้อม ๆ กับงานที่ใกล้เลิก ผสมกับความเมาได้ที่ ผมและสหาย ได้วิ่งลงจากแสตนด์เพื่อนั่งดูการแสดงของวงดนตรีคอมโบ้โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยอย่างใกล้ชิดติดขอบเวที
ผมเพิ่งมีโอกาสเห็นความสามารถของเด็กโรงเรียนนี้อย่างเต็มที่จากการแสดงของเขา ... การแสดงง่าย ๆ แต่จริงใจ ... ผมเชื่อว่าเด็กโรงเรียนยุพราชนั้นเก่งและมีความจริงใจสูงมากกว่าเด็กจากโรงเรียนที่ผมจบมาซะอีก
ยิ่งดึกก็ยิ่งชิลล์ การแสดงเริ่มเรียกเสียงหัวเราะให้กับพวกเราได้มากขึ้น และพวกเราก็เริ่มป่วงมากขึ้นโดยที่ไม่มีใครว่า ทุกคนที่นั่งดูวงสตริงคอมโบ้ต่างหัวเราะด้วยกัน ... ผมจะหาบรรยากาศบ้าน ๆ แบบนี้ได้ที่เมืองหลวงอันศิวิไลซ์ไม๊นะ
เพลงลูกทุ่งที่ผมไม่ได้ยินคนร้องสด ๆ มาเป็นเวลานาน ทำเอาใจผมเคลิ้ม คิดถึงไอดินกลิ่นหญ้า อยากอยู่ที่นี่นานๆ จนไม่อยากกลับกรุงเทพ ต้องขอบคุณน้องชายคนนี้ที่ร้องเพลง "รักคุณเสียยิ่งกว่าใคร" ให้ผมฟังอย่างไพเราะ
ขอบคุณลีลาของน้องสาวคนนี้ที่สร้างเสียงหัวเราะให้ผมโดยที่หล่อนไม่รู้ตัว
แต่แล้วงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่อยากจะเลิก ... เพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกว่ากลับบ้านไปได้แล้ว ความสนุกของคืนนี้จึงจบลงอย่างน่าประทับใจ ขอบคุณโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
-----------------------------------------------------------------------------------------
วันต่อมา 30 ธันวาคม 2550 ผมมาชิลล์อย่างสุด ๆ ที่ถนนคนเดิน วันนี้ผมตั้งเป้าว่าจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะมีแต่หมาเดิน ก่อนที่จะมืด ผมเห็นฝรั่งจุดธูปเคารพอนุเสาวรีย์สามกษัตริย์ แต่พอมืดแล้ว ผมเห็นเหล่าบีบอยเชียงใหม่มานั่ง ๆ นอน ๆ และเต้นแร้งเต้นกาอยู่ที่ใต้อนุเสาวรีย์นี้อย่างสนุกสนาน ... น่าอนิจจา ... และน่าเสียดายที่ผมไม่ได้ถ่ายรูปภาพนั้นมาด้วย
เวลาหกโมงเย็น คนที่กำลังเดินก็พากันหยุดเดินเพื่อยืนเคารพธงชาติโดยพร้อมเพรียงกันเพราะคำประกาศของเจ้าหน้าที่ ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเหล่านี้เวลาอยู่ที่บ้าน เขาเคยยืนตรงคารพธงชาติหน้าทีวีไหมหนอ หรือต้องมายืนเคารพให้คนหมู่มากเห็นที่ถนนคนเดินแห่งนี้จึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนรักชาติ
... ฟ้ามืดแล้ว เหล่าวัยรุ่น บ้างมาเป็นคู่ บ้างมาเป็นหมู่ ต่างมารวมตัวที่ลานหน้าอนุเสาวรีย์สามกษัตริย์เพื่อพลอดรักและดื่มเหล้า ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่เราดื่มโดยที่สร้างเสียงหัวเราะและความสุขให้แก่คนรอบข้าง ... และที่สำคัญ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
.JPG)
และแล้วเวลาผ่านไปถึงตี 3 ถนนคนเดินก็มีแต่หมาเดิน ทุกอย่างเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าของวิญญาณเดินรอบ ๆ กาย ผมชิลล์ที่ถนนคนเดินได้อย่างสุด ๆ สำเร็จแล้ว ... ครั้งหน้าใครจะมาชิลล์กับผมมั่ง ?
... ด้วยความยินดี แต่รอผมกลับมาจากกรุงเทพก่อนก็แล้วกัน ...
... ไว้เจอกันใหม่ นะ ... เชียงใหม่
งานนี้จัดขึ้นอย่างอลังการแต่ผมสัมผัสได้ถึงความจริงใจ หลาย ๆ สิ่งที่อยู่ในโรงเรียนนี้ถูกหล่อหลอมมาอย่างง่าย ๆ แต่มีความหมาย และการดื่มเบียร์ในคืนนี้ก็ดื่มกันอย่างง่าย ๆ เช่นกัน ... เราดื่มเบียร์กันบนแสตนด์เชียร์อันผุพัง
เมื่อเบียร์ใกล้หมด พร้อม ๆ กับงานที่ใกล้เลิก ผสมกับความเมาได้ที่ ผมและสหาย ได้วิ่งลงจากแสตนด์เพื่อนั่งดูการแสดงของวงดนตรีคอมโบ้โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยอย่างใกล้ชิดติดขอบเวที
ผมเพิ่งมีโอกาสเห็นความสามารถของเด็กโรงเรียนนี้อย่างเต็มที่จากการแสดงของเขา ... การแสดงง่าย ๆ แต่จริงใจ ... ผมเชื่อว่าเด็กโรงเรียนยุพราชนั้นเก่งและมีความจริงใจสูงมากกว่าเด็กจากโรงเรียนที่ผมจบมาซะอีก
ยิ่งดึกก็ยิ่งชิลล์ การแสดงเริ่มเรียกเสียงหัวเราะให้กับพวกเราได้มากขึ้น และพวกเราก็เริ่มป่วงมากขึ้นโดยที่ไม่มีใครว่า ทุกคนที่นั่งดูวงสตริงคอมโบ้ต่างหัวเราะด้วยกัน ... ผมจะหาบรรยากาศบ้าน ๆ แบบนี้ได้ที่เมืองหลวงอันศิวิไลซ์ไม๊นะ
เพลงลูกทุ่งที่ผมไม่ได้ยินคนร้องสด ๆ มาเป็นเวลานาน ทำเอาใจผมเคลิ้ม คิดถึงไอดินกลิ่นหญ้า อยากอยู่ที่นี่นานๆ จนไม่อยากกลับกรุงเทพ ต้องขอบคุณน้องชายคนนี้ที่ร้องเพลง "รักคุณเสียยิ่งกว่าใคร" ให้ผมฟังอย่างไพเราะ
ขอบคุณลีลาของน้องสาวคนนี้ที่สร้างเสียงหัวเราะให้ผมโดยที่หล่อนไม่รู้ตัว
แต่แล้วงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่อยากจะเลิก ... เพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกว่ากลับบ้านไปได้แล้ว ความสนุกของคืนนี้จึงจบลงอย่างน่าประทับใจ ขอบคุณโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย
-----------------------------------------------------------------------------------------
วันต่อมา 30 ธันวาคม 2550 ผมมาชิลล์อย่างสุด ๆ ที่ถนนคนเดิน วันนี้ผมตั้งเป้าว่าจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะมีแต่หมาเดิน ก่อนที่จะมืด ผมเห็นฝรั่งจุดธูปเคารพอนุเสาวรีย์สามกษัตริย์ แต่พอมืดแล้ว ผมเห็นเหล่าบีบอยเชียงใหม่มานั่ง ๆ นอน ๆ และเต้นแร้งเต้นกาอยู่ที่ใต้อนุเสาวรีย์นี้อย่างสนุกสนาน ... น่าอนิจจา ... และน่าเสียดายที่ผมไม่ได้ถ่ายรูปภาพนั้นมาด้วย
เวลาหกโมงเย็น คนที่กำลังเดินก็พากันหยุดเดินเพื่อยืนเคารพธงชาติโดยพร้อมเพรียงกันเพราะคำประกาศของเจ้าหน้าที่ ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเหล่านี้เวลาอยู่ที่บ้าน เขาเคยยืนตรงคารพธงชาติหน้าทีวีไหมหนอ หรือต้องมายืนเคารพให้คนหมู่มากเห็นที่ถนนคนเดินแห่งนี้จึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนรักชาติ
... ฟ้ามืดแล้ว เหล่าวัยรุ่น บ้างมาเป็นคู่ บ้างมาเป็นหมู่ ต่างมารวมตัวที่ลานหน้าอนุเสาวรีย์สามกษัตริย์เพื่อพลอดรักและดื่มเหล้า ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่เราดื่มโดยที่สร้างเสียงหัวเราะและความสุขให้แก่คนรอบข้าง ... และที่สำคัญ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
และแล้วเวลาผ่านไปถึงตี 3 ถนนคนเดินก็มีแต่หมาเดิน ทุกอย่างเงียบสงัด ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าของวิญญาณเดินรอบ ๆ กาย ผมชิลล์ที่ถนนคนเดินได้อย่างสุด ๆ สำเร็จแล้ว ... ครั้งหน้าใครจะมาชิลล์กับผมมั่ง ?
... ด้วยความยินดี แต่รอผมกลับมาจากกรุงเทพก่อนก็แล้วกัน ...
... ไว้เจอกันใหม่ นะ ... เชียงใหม่


มิสๆๆๆๆ